วันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2552

เศรษฐกิจเอเชียเริ่มกระเตื้อง นักวิเคราะห์เตือนระวังภัยเงินเฟ้อปีหน้า

จัดทำโดย นาย เจน จงจันสี
เลขทะเบียน 5001103124


ภูมิภาคเอเชียกำลังฟื้นตัวจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยหลังจากที่เศรษฐกิจจีนยังคงมีการเติบโตและมาตรการทุ่มเงินลงทุนกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ รวมทั้งมาตรการปรับลดดอกเบี้ยในหลายประเทศเริ่มส่งผลลัพธ์เชิงบวก แต่กระนั้นก็ตามอุปสรรคและความเสี่ยงยังคงมีอยู่

นับตั้งแต่เดือนมีนาคมเป็นต้นมา การผลิตในภาคอุตสาหกรรมซึ่งดีดตัวขึ้นมากได้เป็นแรงผลักดันให้เศรษฐกิจของหลายประเทศในเอเชีย-แปซิฟิกปรับทิศทางสูงขึ้น หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมการผลิตหลายรายในภูมิภาคนี้จำเป็นต้องลดกำลังการผลิตลงท่ามกลางวิกฤติเศรษฐกิจที่ขยายลามไปทั่วโลก อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์เตือนว่าทิศทางที่ดูจะฟื้นตัวขึ้นบ้างนี้ยังมีข้อควรระมัดระวังหลายประการ เนื่องจากตลาดส่งออกหลักๆ ยังคงอ่อนกำลังและไม่มีหลักประกันใดๆ ว่าจีนจะยังคงสามารถขับดันการเติบโตทางเศรษฐกิจของภูมิภาคได้อีกนานแค่ไหน นอกจากนี้หากโลกสามารถหลีกเลี่ยงการดำดิ่งทางเศรษฐกิจต่อไป ราคาสินค้าที่ขยับสูงขึ้นก็อาจสร้างปัญหาด้านเงินเฟ้อให้กับรัฐบาลทั่วโลก และสร้างแรงกดดันให้จำเป็นต้องตัดสินใจว่าจะยอมเสี่ยงกับเงินเฟ้อมากขึ้นหรือจะยอมยั้งการขยายตัวทางเศรษฐกิจ

นายนิคิเลช บัตตาชารียา นักวิเคราะห์จากมูดี้ส์ ให้ความเห็นว่า การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของเอเชีย-แปซิฟิกจะไม่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วหรือแข็งแกร่ง เขาเชื่อเช่นเดียวกับนักเศรษฐศาสตร์อีกหลายคนว่ากว่าภูมิภาคนี้จะเริ่มมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจได้อย่างแข็งแรงอีกครั้งก็น่าจะเป็นปลายปีหน้า (ปี 2553) ภาพรวมในขณะนี้คือ บริษัทเอกชนยังคงปรับลดการลงทุนและลดต้นทุนค่าจ้าง อุปสงค์ภายในประเทศส่วนใหญ่ของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกยังอยู่ภายใต้แรงกดดัน ขณะเดียวกับที่ตลาดคู่ค้าหลักๆ ของภูมิภาคนี้ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกาหรือยุโรป ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ที่นำเข้าสินค้าส่งออกของเอเชีย-แปซิฟิก อาทิ รถยนต์ โทรทัศน์ เครื่องจักรกล และอื่นๆ ต่างยังคงอยู่ในภาวะซบเซา ส่งผลกระทบมายังผู้ส่งออกของเอเชีย

เดอะ วอลล์ สตรีต เจอร์นัล รายงานว่า อีกปัจจัยที่พึงเฝ้าระวังคือ หนี้สาธารณะที่พุ่งสูงขึ้นจากนโยบายกู้เงินและใช้จ่ายเพื่อการลงทุนของภาครัฐซึ่งมุ่งหวังที่จะกระตุ้นให้เกิดการขยายตัวทางเศรษฐกิจ กลายเป็นเงื่อนจำกัดความสามารถของรัฐบาลหลายประเทศในเอเชียหากมีปัจจัยเข้ามาทำให้เศรษฐกิจต้องสะดุดขัดอีกระลอก มีแนวโน้มสูงว่าธนาคารกลางของประเทศในเอเชียจะยังคงเหยียบคันเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไปจนกว่าจะมั่นใจว่าการฟื้นตัวเริ่มเสถียรแล้ว แต่เมื่อถึงตอนนั้นปริมาณเงินจำนวนมหาศาลที่กระหน่ำอัดฉีดเข้าสู่ระบบธนาคารภายในประเทศก็อาจเร่งให้เกิดเงินเฟ้อสูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากราคาน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์ยังคงขยายตัวต่อเนื่องจากที่เริ่มแนวโน้มขยับขึ้นมาตั้งแต่ต้นปี

+หวั่นกระตุ้นเศรษฐกิจดันเงินเฟ้อพุ่ง

นายโรเบิร์ต ไพรเออร์-แวนเดสฟอร์ด นักเศรษฐศาสตร์ธนาคารเอชเอสซีบี กล่าวว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคในหลายประเทศของเอเชียกำลังปรับลดลงมาก็จริง แต่เงินเฟ้อก็เริ่มๆ จะส่อเค้าปรากฏขึ้นโดยจะเด่นชัดนับจากช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้เป็นต้นไป "เป็นไปได้ว่า ธนาคารกลางของประเทศต่างๆ อาจไม่ต้องการใช้มาตรการแรงๆ เพราะไม่อยากสกัดกั้นเศรษฐกิจที่กำลังขยายตัว แต่นั่นก็อาจสร้างปัญหาเงินเฟ้อตามมารวมทั้งปัญหาราคาสินทรัพย์ฟองสบู่" ยกตัวอย่างในอินเดียและเกาหลีใต้ ขณะนี้ระบบธนาคารเริ่มมีเงินล้นระบบทำให้ธนาคารกลางเริ่มออกมาส่งสัญญาณว่าจะใช้มาตรการทางการเงินที่เข้มงวดมากขึ้นแต่ก็จะเริ่มในต้นปีหน้า ซึ่งนั่นก็จะหมายถึงการชะลออัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจและจะทำให้ค่าเงินของทั้งสองประเทศแข็งขึ้น ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อการส่งออก

1.หนี้สาธารณะพุ่งสูงขึ้นเนื่องจากอะไร
2.ประเทศคู่ค้าหลักๆของเอเชียไม่ว่าอเมริกาหรือยุโรปจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกของเอเชียเพราะอะไร
3.ทำไมภูมิภาคนี้จะขยายตัวทางเศรษฐกิจต้องรอถึงปลายปีหน้า

3 ความคิดเห็น:

  1. คำตอบคือ
    1.เนื่องจากนโยบายกู้เงินและใช้จ่ายเพื่อการลงทุนของภาครัฐซึ่งมุ่งหวังที่จะกระตุ้นให้เกิดการขยายตัวทางเศรษฐกิจ
    2.เพราะเป็นตลาดใหญ่ที่นำเข้าสินค้าส่งออกของเอเชีย-แปซิฟิก อาทิ รถยนต์ โทรทัศน์ เครื่องจักรกล และอื่นๆ ต่างยังคงอยู่ในภาวะซบเซาจึงส่งผลกระทบมายังผู้ส่งออกของเอเชีย
    3.อุตสาหกรรมการผลิตหลายรายในภูมิภาคนี้ได้ลดกำลังการผลิตลงท่ามกลาง วิกฤติเศรษฐกิจที่ขยายลามไปทั่วโลก อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์เตือนว่าการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของเอเชีย-แปซิฟิกจะไม่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วหรือแข็งแกร่ง จะเริ่มแข็งแรงอีกครั้งก็น่าจะเป็นปลายปีหน้า


    นางสาวสุภาพร โสภารี 5001103157 C2/1

    ตอบลบ
  2. 1.เนื่องจากนโยบายกู้เงินและใช้จ่ายเพื่อการลงทุนของภาครัฐซึ่งมุ่งหวังที่จะกระตุ้นให้เกิดการขยายตัวทางเศรษฐกิจ
    2.เพราะเป็นตลาดใหญ่ที่นำเข้าสินค้าส่งออกของเอเชีย-แปซิฟิก อาทิ รถยนต์ โทรทัศน์ เครื่องจักรกล และอื่นๆ ต่างยังคงอยู่ในภาวะซบเซาจึงส่งผลกระทบมายังผู้ส่งออกของเอเชีย
    3.อุตสาหกรรมการผลิตหลายรายในภูมิภาคนี้ได้ลดกำลังการผลิตลงท่ามกลาง วิกฤติเศรษฐกิจที่ขยายลามไปทั่วโลก อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์เตือนว่าการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของเอเชีย-แปซิฟิกจะไม่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วหรือแข็งแกร่ง จะเริ่มแข็งแรงอีกครั้งก็น่าจะเป็นปลายปีหน้า

    นายโอฬาร กาญจนเสถียร c2/1

    ตอบลบ
  3. 1.เนื่องจากนโยบายกู้เงินและใช้จ่ายเพื่อการลงทุนของภาครัฐซึ่งมุ่งหวังที่จะกระตุ้นให้เกิดการขยายตัวทางเศรษฐกิจ
    2.เพราะ เป็นตลาดใหญ่ที่นำเข้าสินค้าส่งออกของเอเชีย-แปซิฟิก อาทิ รถยนต์ โทรทัศน์ เครื่องจักรกล และอื่นๆ ต่างยังคงอยู่ในภาวะซบเซาจึงส่งผลกระทบมายังผู้ส่งออกของเอเชีย
    3.อุตสาหกรรม การผลิตหลายรายในภูมิภาคนี้ได้ลดกำลังการผลิตลงท่ามกลาง วิกฤติเศรษฐกิจที่ขยายลามไปทั่วโลก อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์เตือนว่าการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของเอเชีย-แปซิฟิกจะไม่เกิดขึ้น อย่างรวดเร็วหรือแข็งแกร่ง จะเริ่มแข็งแรงอีกครั้งก็น่าจะเป็นปลายปีหน้า


    นาย ชวนันท์ นาวีกิจ 5001203026 c2/2

    ตอบลบ